หญิงชาวอเมริกันจากรัฐมิชิแกน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เสียชีวิตจากการปลูกถ่ายปอดที่ปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 แม้ว่าผู้ที่บริจาคอวัยวะจะมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบและไม่ได้แสดงอาการป่วย นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายแรกที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากการปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้อำนวยการศูนย์การปลูกถ่ายอวัยวะ ระบุว่า จะไม่มีการปลูกถ่ายปอดที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ป่วยอย่างแน่นอน

และได้มีการตรวจคัดกรองเชื้อโรคในทุกขั้นตอนแล้ว ปอดที่นำมาปลูกถ่ายนั้นมาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากการกระทบกระเทือนทางสมองจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งได้มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาจากตัวอย่างที่เก็บจากลำคอและจมูกของหญิงผู้นี้ และพบว่ามีผลเป็นลบ นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้ที่บริจาคอวัยวะผู้นี้ยังให้ข้อมูลกับแพทย์ว่า เธอไม่ได้เดินทางไปยังต่างพื้นที่ ไม่ได้มีไข้ ไอ ปวดหัว หรือท้องเสียแต่อย่างใด ทว่าก็ยังไม่ทราบว่าเธอมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่อาจจะติดเชื้อหรือไม่ สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายปอดเป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแอนน์ อาร์เบอร์ โดยมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ในช่วงหลายชั่วโมงก่อนที่จะเข้ารับการปลูกถ่ายปอด ทว่า 3 วันหลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยมีอาการไข้ขึ้นสูง ความดันโลหิตต่ำ และมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แพทย์ได้ตัดสินใจตรวจหาเชื้อโควิด-19 หลังจากที่เธอมีภาวะช็อกจากการติดเชื้อและปัญหาการทำงานของหัวใจ และพบว่าเธอติดเชื้อโควิด-19