ศาลฝรั่งเศสพิพากษาให้ชายวัย 28 ปี รับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือนโดยไม่รอลงอาญา จากความผิดฐานตบหน้าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ว่าศาลในเมืองวาลองซ์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส มีคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ใน “คดีเร่งรัด”  ให้นายดาเมียน ทาเรล วัย 28 ปี รับโทษจำคุกเป็นเวลา 18 เดือน จากความผิดฐานเจตนาประทุษร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการตบหน้าของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ระหว่างลงพื้นที่ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา
 
อย่างไรก็ดี จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ผู้พิพากษาจึงให้รอลงอาญาบทลงโทษจำคุก 14 เดือนไว้ก่อน โดยคาดโทษว่า ระยะเวลาจำคุกดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที หากทาเรลกระทำผิดในข้อหาใดก็ตาม ส่วนบทลงโทษจำคุก 4 เดือน ให้จำเลยเข้าสู่เรือนจำเพื่อรับโทษทันที  ทั้งนี้ ข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่รัฐ มีบทลงโทษจำคุกนานสูงสุด 3 ปี และปรับเงินสูงสุด 45,000 ยูโร ( ราว 1.7 ล้านบาท )

ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานว่า ทาเรลให้การต่อศาลในช่วงหนึ่ง ว่าเขาวางแผนปาไข่หรือพายครีมใส่หน้ามาครง ในวันที่ผู้นำฝรั่งเศสลงพื้นที่ดูงานโรงเรียนการโรงแรมในพื้นที่ แต่ยืนยันว่า การตบหน้าประธานาธิบดี “เป็นสิ่งที่ไม่ได้เตรียมการล่วงหน้า” นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ทาเรลมีแนวคิดนิยมการเมืองแบบขวาจัด และเป็นแนวร่วมของขบวนการ “เสื้อกั๊กสีเหลือง” ที่เป็นการรวมตัวของบรรดาสหภาพแรงงาน ซึ่งประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างหนัก เมื่อปี 2562 ด้วย
 
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงปารีสยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อคำพิพากษาของศาลในเมืองวาลองซ์ อย่างไรก็ตาม มาครงกล่าวหลังเกิดเหตุในวันนั้น ขอให้เหตุการณ์แบบนี้ “เป็นครั้งสุดท้าย” และการใช้ความรุนแรงกับทัศนคติเกลียดชัง “เป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย”